5 สถาปัตยกรรมล้ำโลก ในทวีปยุโรป ควรค่าแก่การไปเยือนสักครั้งในชีวิต!

5 สถาปัตยกรรมล้ำโลก ในทวีปยุโรป ควรค่าแก่การไปเยือนสักครั้งในชีวิต!

หากพูดถึง “สถาปัตยกรรม” หลายคนคงนึกถึงความยิ่งใหญ่อลังการของสิ่งก่อสร้างของคนยุคโบราณ และสถานที่ที่คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีคงหนีไม่พ้น พระราชวังแวร์ซายส์ หรือหอเอนเมืองปิซา บอกเลยว่าสองสถานที่แห่งนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในสถาปัตยกรรมล้ำโลก เพราะยังมีอีกหลายสถานที่ที่รอให้คุณไปเยี่ยมชมกันอยู่ ซึ่งวันนี้เราได้รวบรวม 5 สถาปัตยกรรมล้ำโลก ในทวีปยุโรป ที่ควรค่าแก่การไปเยือนสักครั้งในชีวิต ส่วนจะมีที่ไหนบ้าง ตามไปดูกันเลยค่ะ

5 สถาปัตยกรรมล้ำโลก ในทวีปยุโรป ควรค่าแก่การไปเยือนสักครั้งในชีวิต!

สถานที่ที่ 1 สนามกีฬากรุงโรม  Colosseum of Rome

สนามกีฬากรุงโรม หรือ Colosseum of Rome ตั้งอยู่ที่ กรุงโรม ประเทศอิตาลี ซึ่งโคลอสเซียม (Colosseum) เป็นอนุสรณ์ที่ใหญ่ของอาณาจักรโรมัน ได้สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 615 ถึง 623 ถือได้ว่าเป็นสถานที่ที่มีมาอย่างยาวนานเป็นสนามกีฬากลางแจ้งที่มีชื่อเสียงที่สุด และมีราคาแพงที่สุดในสมัยนั้น

โคลอสเซียมมีการสร้างโดยตัวสนามสร้างมีรูปเป็นตึกวงกลมก่อด้วยอิฐและหินขนาดใหญ่ วัด สูง 57 เมตร มี 4 ชั้น ภายในมีอัฒจันทร์สำหรับคนนั่งดู สามารถบรรจุคนดูได้ประมาณ 80,000 คน ภายใต้อัฒจันทร์ และภายในชั้นใต้ดินมีห้องสำหรับขังนักโทษที่รอการประหารชีวิต และมีห้องสิงโต จำนวนมาก เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับให้นักโทษ ต่อสู้กับสิงโตผู้หิวโหยที่อดอาหาร เมื่อนักโทษผู้ใดสามารถเอาชนะ หรือฆ่าสิงโตได้ด้วยมือเปล่าก็ถือได้ว่าเป็นผู้รอดชีวิต นอกจากนี้โคลอสเซียมได้สร้างไว้ใช้เป็นที่ประลองฝีมือในด้านการฟันดาบของบรรดาเหล่าทาส ซึ่งทาสเหล่านี้จะต่อสู้กันเองซึ่งถ้าสามารถฆ่าคู่ต่อสู้ได้สำเร็จ ก็จะได้รับเกียรติอย่างสูงเพราะเป็นการต่อสู้ที่ชาวโรมันนิยมและยกย่องกันมา และจัดขึ้นในทุก ๆ ปี ในแต่ละปีต้องสูญเสียชีวิตนักโทษและทาสไม่ต่ำกว่าร้อยคนถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว

สนามกีฬากรุงโรม

สถานที่ที่ 2 หอเอนเมืองปิซา หรือ Leaning Tower of Pisa

หอเอนแห่งเมืองปิซา เป็นหอคอยที่สร้างด้วยหินอ่อนมีรูปทรงที่แตกต่าง พิสดาร มีความสูงประมาณ54 เมตร หรือ 181 ฟุต มีจำนวน8 ชั้น ภายในแต่ละชั้นจะมีเสาหินอ่อนที่สลักลวดลายที่วิจิตร งดงามหอเอนปิซาสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1717 (ค.ศ. 1174) ใช้ระยะเวลาในการสร้างที่ยาวนาน เนื่องจากภายในต้องหยุดการก่อนสร้าง และต่อมาได้ออกแบบใหม่ทำให้สามารถก่อสร้างต่อไปได้ และหลังจากนั้นก็ต้องหยุดสร้างอีกหนึ่งครั้งเนื่องจากการเกิดสงคราม การสร้างหอเอนเมืองปิซาจึงใช้ระยะเวลานานในการสร้างและหอเอนปิซาได้สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 1893 (ค.ศ. 1350) ใช้เวลายาวนานถึง 176 ปี ซึ่งถือได้ว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่ใช้เวลาสร้างนานที่สุดในโลก นอกจากนี้หอเอนนี้ช่วยให้กาลิเลโอ นักวิทยาศาสตร์ ชาวอิตาเลียน ผู้มีชื่อเสียงของโลก ได้ทดลองเรื่องอัตราเร็วของเทห์วัตถุที่ตกลงมาจากที่สูง

หอเอนเมืองปิซา

สถานที่ที่ 3 สุเหร่าเซนต์โซเฟีย หรือ Mosque of Hagia Sophia (Istanbul)

สุเหร่าเซนต์โซเฟีย(Saint Sophia) หรือเรียกอีกอย่างว่า โบสถ์ฮาเจีย โซเฟีย ปัจจุบันสุเหร่าเซนต์โซเฟีย เป็นที่ประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิม แต่ภายในอดีตสุเหร่าเซนต์โซเฟียเป็นโบสถ์ที่ใช้ประกอบพิธีทางศาสนาคริสต์ ผู้สร้างคือพระเจ้าจักรพรรดิคอนสแตนติน สร้างขึ้นเมื่อประมาณคริสต์ศตวรรษที่13 ใช้เวลาในการสร้างถึง 17 ปี เพื่อเป็นโบสถ์ของศาสนาคริสต์โดยเฉพาะ แต่เหตุการกลับเปลี่ยนไปเมื่อถูกผู้ก่อการร้ายบุกทำลายเผาจนวอดวายหลายครั้ง สาเหตุเพราะเกิดการขัดแย้งระหว่าง พวกที่นับถือศาสนาคริสต์กับศาสนาอิสลาม

สุเหร่าเซนต์โซเฟีย มีเนื้อที่ทั้งหมด700 ตารางเมตร ภายในมีเสางามค้ำที่สลักอย่างสวยงาม และประณีตซึ่งมีจำนวน 108 ต้น โดยชั้นบนขนาดเล็ก 68 ต้น และชั้นล่างขนาดใหญ่ 40 ต้น มียอดเป็นโดม คล้ายซาลาเปา มีหอมินาเรสท์เป็นยอดแหลม ๆ มากมาย เนื่องจากสุเหร่าเซนต์โซเฟียได้เกิดขึ้นจากศิลปะแบบคริสเตียน ผสมกับอิสลามทำให้มีความสวยงาม และแตกต่างจากสถานที่ทางศาสนาที่อื่น ๆ ซึ่งใครที่ไปทวีปยุโรป และมีโอกาสก็ไม่ควรพลาดที่จะไปเยี่ยมชมความล้ำค่าของสถาปัตยกรรมระดับโลกอย่าง สุเหร่าเซนต์โซเฟีย ซึ่งได้ชื่อว่ามีความสวยงามอันน่ามหัศจรรย์

สุเหร่าเซนต์โซเฟีย

สถานที่ที่ 4 กองหินประหลาดสโตนเฮนจ์ (Stonehenge)

Stonehenge ประกอบด้วยแนวหินขนาดมหึมาเรียงรายกันยาวประมาณ 3 กิโลเมตร และ มีกลุ่มหินใหญ่ประมาณ 112 ก้อน ตั้งโดดเดี่ยวอยู่กลางทุ่งนา เป็นรูปวงกลมซ้อนกันอยู่ 3 วง บางก้อนล้มนอน บางก้อนตั้งตรง บางก้อนวางซ้อนทับอยู่บนยอดก้อนหินที่ตั้งอยู่สองก้อน หินแต่ละก้อนหนักเป็นตันๆหรือมีขนาด และน้ำหนักที่มากพอสมควรสามารถเฉลี่ยได้ประมาณความสูง 4 เมตร หนัก 26 ตัน

มีหลายคนได้สันนิษฐานไว้ว่า หินเหล่านี้ตั้งอยู่ก่อนคริสตกาลถึง 1,700 ปี เป็นสิ่งก่อสร้างโดยไม่มีร่องรอยของความเป็นมา ไม่มีประวัติของผู้ก่อสร้าง และหลักฐานใด ๆไม่ทราบว่าสร้างเพื่อวัตถุประสงค์อะไร? ที่น่าแปลกก็คือ ในริเวณนั้นเป็นทุ่งนากว้าง ไม่มีภูเขาและสิ่งก่อสร้างของก้อนหินอื่น ๆ มีเพียงหินกลุ่มนี้เท่านั้น จึงทำให้สงสัยว่าผู้ก่อสร้างนำหินเหล่านั้นมาจากไหน และไม่ปรากฏว่ามีการขน หรือสิ่งปรักหักพังในการก่อสร้าง บริเวณที่ดังกล่าว ใช้อะไรยกหินก้อน ที่หนัก ๆ หลาย ๆ ตันขึ้นวางซ้อนกันได้ ซึ่งอยู่สูงถึง 13 ฟุต ตยกรรมอีกอย่างที่มีก้อนหินเป็นตัวหลัก ไม่มีใครทราบว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร อาจจะเกิดจากฝีมือมนุษย์ หรือธรรมชาติ ถือได้ว่าเป็นสถานที่พิเศษท้าทายความอยากรู้ของคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าค้นหาไม่ต่างจากที่อื่น แต่มีความสวยงามอย่างเป็นธรรมชาตินั่นเอง

กองหินประหลาดสโตนเฮนจ์

สถานที่ที่ 5 พระราชวังแวร์ซายส์ หรือ Palace of Versailles

พระราชวังแวร์ซายส์เป็นพระราชวังที่สวยงามอย่างมากสร้างขึ้นโดย พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส มีนายช่างสถาปนิกชื่อ อัลเดรด เลอ นอสเตอร์ เป็นผู้ออกแบบ พระราชวังแวร์ซายส์ได้เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2204 (ค.ศ. 1661) ใช้เวลาประมาณ 30 ปี ใช้เงินจำนวนมากและใช้คนงานถึง 30,000 คน ทุกส่วนทำด้วยหินอ่อนสีขาว มีความมันวาว โอ่อ่า อลังการ เป็นแบบอย่างและศิลปกรรมก่อสร้างที่งดงามอย่างมากของโลกเลยก็ว่าได้

ภายในพระราชวังพระราชวังแวร์ซายส์ ได้แบ่งออกเป็นห้องต่าง ๆ เช่น ห้องบรรทม ห้องสำราญ ห้องทรงพระอักษร ห้องโถง ห้องออกว่าราชการ ห้องเสวย และห้องต่าง ๆ อีกมากมาย แต่ละห้องมีเครื่องประดับมีค่าทั้งที่เป็นวัตถุ และภาพเขียนศิลปะที่มีชื่อเสียง ห้องที่มีชื่อที่สุด คือ ห้องกระจกที่เคยใช้ลงนาม เซ็นสัญญาสงบศึกระหว่างสัมพันธมิตร กับเยอรมัน ในคราวมสงครามโลกครั้งที่ 1 และเป็นที่ใช้ลงนามในเมื่อเยอรมันบุกตีชนะฝรั่งเศส ในสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย

พระราชวังแวร์ซายส์

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับ 5 สถาปัตยกรรมล้ำโลก ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปเยือนสักครั้ง ซึ่งแต่ละที่ล้วนมีความสวยงาม วิจิตรตระการตา จนไม่อาจละสายตาจากสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ไปได้เลย หากคุณมีโอกาสเดินทางไปเที่ยวที่ยุโรป อย่าลืมแวะชมสถาปัตยกรรมทั้ง 5 สถานที่กันด้วยนะคะ

บทความที่น่าสนใจกับ แนะนำ แนวทางการหมุนสล็อตให้ได้เงิน! และ 10 สถานที่ท่องเที่ยวเมืองชัยภูมิ

You Might Also Like